เที่ยวหมู่บ้าน Chihaya-Akasaka ที่ทำให้นึกถึงนายพล Kusunoki ที่ยืนหยัดบนภูเขา Kongo 0

o01-1.jpg


หมู่บ้าน Chihaya-Akasaka ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโอซาก้า เป็น "หมู่บ้าน" เดียวของจังหวัด ตัวหมู่บ้านถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาKongo ที่สูงถึง 1,125 เมตร หากเดินในหมู่บ้านแห่งนี้ ที่มีอีกชื่อว่า Kogose ก็จะพบกับทิวทัศน์ที่งดงาม เช่น "Shimo-Akasaka no Tanada" หนึ่งใน 100 ทิวทัศน์นาข้าวที่ถูกเลือกว่าสวยที่สุดของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เสียงน้ำกระเซ็นของลำธาร เสียงนกร้อง หรือสัมผัสกับสายลมบนกระเช้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เข้าถึงธรรมชาติ อย่าง เดินชมป่า และ ปีนเขา...... เพลิดเพลินเดินชมประวัติศาสตร์ ไปดูสถานที่เกิดของ Kusunoki Masashige ผู้บัญชาการทหารแห่งยุคราชวงศ์ Nambokucho และสถานที่ต่อสู้ ที่มีอยู่ในบันทึก "Taiheiki" มาใส่รองเท้าคู่ที่ถนัด แล้วไปเที่ยวกันเถอะ

เริ่มต้นจากสถานี Tondabayashi Sta. บนสาย Kintetsu Nagano Line

  • นั่งบัส Kongo Bus ประมาณ 20 นาที ลงป้าย Suibun Jinja-mae แล้วเดิน 1 นาที 

p03-1.jpg

1. ศาลเจ้า Takemikumari Jinja

รู้จักกันในชื่อศาลเจ้า Suibun Jinja เดินทางประมาณ 20 นาที ด้วยรถบัสจากสถานี Tondabayashi Sta. ลงรถแล้วเดินเข้าไปจะพบกับประตู Torii หินขนาดใหญ่ 2 อัน อันหนึ่งอยู่ด้านหน้า อีกอันอยู่ทางขวา ใหเดิน้ไปทางอันที่อยู่ข้างหน้า ขึ้นบันไดไป 50 เมตร จะพบหอสักการะอันเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นสนขนาดใหญ่ ของเดิมนั้นถูก Nobunaga เผาทำลายไป แต่ชาวบ้านรวบรวมไม้มาจากที่ต่างๆเพื่อสร้างขึ้นมาใหม่ เสาบางส่วนยังมีร่องรอยความเสียหายอยู่หลายจุด แต่ก็แสดงให้เห็นศรัทธาที่แรงกล้า จนต้องพนมมืออธิษฐานให้โดยไม่รู้ตัว
ขึ้นบันไดหินไปอีก เป็นศาลเจ้าหลักที่สร้างโดย Kusunoki Masashige ตามคำบัญชาของจักรพรรดิ์ Godaigo ในปี 1334 ที่นี่อุทิศให้แก่ Ame no mi Nakanushi no kami, Ame no Mikumari no Kami, Kuni no Mikumari no Kami, Mitsuha no Me no Kami, Seori Tsu Hime no Kami โดยสร้างเป็น 3 ศาลา มุงด้วยเปลือกต้น Hinoki และเชื่อมด้วยทางเดิน เป็นลักษณะที่หาได้ยาก และได้ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ (ผู้เข้ามาไหว้โดยทั่วไป สามารถเข้าได้แค่บริเวณหอสักการะเท่านั้น)
คราวนี้ลงบันไดหินอีกทางข้างหอสักการะ แล้วไปทางประตู Torii หินอันขวามือที่เห็นตอนเข้ามา จะพบศาลเจ้าเสริมของศาลเจ้า Nagi Jinja ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุด ที่อุทิศให้ Kusunoki Masashige ศาลเจ้าหลักที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้น สีธรรมชาติของไม้ Hinoki กลมกลืนกับ สีของเมเปิ้ลและไซเปรสสีเขียว เป็นความงามที่เห็นไม่ได้ตามเมืองใหญ่ หลังจบการเดินชมและพักแล้ว ก็ไปเยี่ยมชมบ้านเกิดของ Kusunoki กัน


0721-72-0534
ไซต์ภายนอก  

  • เดิน 3 นาที

p03-1.jpg

2. บ้านเกิดของ Kusunoki

จากศาลเจ้า Takemimakuri Jinja เดินกลับไปทางถนนรถบัส เดินประมาณ 20 นาที ไปตามป้ายบอกทางผ่านบรรดาบ้านเก่า, ชมรูปปั้น Chizo พระผู้คุ้มครองเด็ก, ชมนาข้าว, ฟาร์มต้นหอมญี่ปุ่น และมะเขือม่วงตามทางได้ ในขณะที่เดินดูเพลินๆ ก็ไปถึงเป้าหมายถัดไป อนุสรณ์หินสถานที่เกิดของ Kusunoki
มาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของที่นี่กันสักนิด ว่ากันว่า  Kusunoki Masashige เกิดที่หมู่บ้าน Chihaya-Akasaka Mimakuri Yamanoi ในปี 1294 นี่เป็นยุคที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ รัฐบาลโชกุน Kamakura ที่อยู่มากว่า 140 ปีเริ่มเสื่อมถอย มีซามูไรมากมายต้องการให้อำนาจทางการเมืองกลับสู่มือของจักรพรรดิ์ ในปี 1331 Masashige คุมกำลังพลต่อต้านรัฐบาลโชกุน Kamakura พร้อมกับเจ้าชาย Morinaga บุตรของจักรพรรดิ์ Godaigo ที่ปราสาท Shimo-Akasaka โดย Masashige ยืนหยัดต้านกองทัพของ Kamakura ในปราสาท Chihaya อยู่ 100 วัน ขณะที่ Nitta Yoshisada และคนอื่นๆ โจมตี Kamakura และล้มรัฐบาลลง Masashige ได้รับตำแหน่งในฐานะผู้มีความดีความชอบจากจักรพรรดิ์ Godaigo แต่ทว่าในปี 1336 เขาพ่ายแพ้ในการรบที่ Minatogawa โดย Ashikaga Takauji ที่นำกองทหารต่อต้านจักรพรรดิ์ และได้ทำอัตวินิบาตกรรมในที่สุด      "บ้านเกิดของ Kusunoki" แห่งนี้เริ่มจากที่ Mashita Nagamori สร้างศาลเจ้าเล็กๆบนเนินดิน ในช่วงปี 1592-1596 ตามคำสั่งของToyotomi Hideyoshi หลังจากนั้น ในปี 1875 มีการสลักอักษรโดย Momonoi Shunzo นักดาบที่มีชื่อเสียงในช่วงปลายสมัยรัฐบาล Tokugawa จากข้อเสนอแนะของ Okubo Toshimichi  ในวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาล "Kusunoki Matsuri" ขึ้นที่นี่ 


ไซต์ภายนอก 

  • เดินไม่ไกล

p03-1.jpg

3. พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นโดยหมู่บ้าน Chihaya-Akasaka

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ถัดจากบ้านเกิดของ Kusunoki Masashige โดยที่ชั้น 1 มีจัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวกับ Kusunoki และของโบราณที่ขุดพบในหมู่บ้าน รวมทั้งยังมีรูปสลักไม้สุนัขเฝ้า 2 ตัว ที่ว่ากันว่าเป็นของศาลเจ้า Takemikumari และรูปถ่ายศาลเจ้าเก่าแก่ ที่ชั้น 2 มีอุปกรณ์ทำเต้าหู้ Koya ซึ่งพบได้ในบริเวณที่มีน้ำสะอาดเท่านั้น, อุปกรณ์การเกษตร และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และที่น่าตกใจคือมีอุปกรณ์ย้อมให้ฟันดำ"Hanzo" อีกด้วย


 ผู้ใหญ่ 200 เยน, เด็ก 100 เยน (มีส่วนลดสำหรับหมู่คณะ) 
 0721-72-1588
ไซต์ภายนอก  

  • เดิน 2 นาที

p03-1.jpg

4. บ่ออาบน้ำ Nanko

เดิน 2-3 นาที ไปทางขวาจากหน้าพิพิธภัณฑ์จะพบป้ายหิน "บ่อที่ใช้อาบน้ำให้กับ Kusunoki เป็นครั้งแรก" ตั้งอยู่กลางทุ่ง เมื่อเดินตามลูกศรไปข้างในจะมีบันไดที่สร้างจากไม้ Hinoki และบ่อที่ในปัจจุบันก็ยังมีน้ำผุดออกมาอยู่ น้ำใสสะอาดเสียจนกบต้นไม้ดูมีความสุขซะเหลือเกิน... เอาล่ะ มาอดทนเดินต่ออีกประมาณ 25 นาที เพื่อชมหนึ่งใน 100 ทิวทัศน์นาข้าวที่ถูกเลือกว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น "Shimo-Akasaka"!


  • เดิน 25 นาที

p03-1.jpg

5. นาขั้นบันได Shimo-Akasaka

เดินประมาณ 25 นาที จากบ่อน้ำ ผ่านสำนักงานหมู่บ้าน แล้วขึ้นเนินข้างๆป้ายรถบัส Chihaya-Akasaka Sonritsu Chugakkou ผ่านทะลุโรงเรียนไป ก็จะถึง "นาขั้นบันได Shimo-Akasaka" ที่มีทิวทัศน์สวยงาม Tanada คือ นาข้าวแบบขั้นบันไดตามทางลาด และเนื่องจากขั้นบันไดมีจำนวนมาก จึงถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า "นาพันผืน" หรือ "Senmaita" ในเดือนกรกฎาคม 1999 กระทรวงเกษตร ป่าไม้และการประมง ได้คัดเลือก "100 ทิวทัศน์นาข้าวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น" ซึ่งที่นี่กได้รับเลือกด้วย ด้านตะวันออกเห็นเทือกเขา Kongo Kasuragi ตะวันตกเฉียงเหนือมีที่ราบ Kawachi ด้วยทิวทัศน์งดงามราวกับจานที่เรียงซ้อนกัน น้ำในนาข้าวที่ดูเหมือนสั่นไหวสะท้อนแสงแดด ให้คุณดูได้ไม่รู้เบื่อ ทั้งใบสีเขียวช่วงที่เพิ่งปลูกข้าว และช่วงข้าวออกรวงสีทองต้นฤดูใบไม้ร่วง ทำให้คุณอยากกลับมาเยือนที่นี่ในทุกฤดูกาล และรำลึกถึงความยากลำบากของเกษตรกรท้องถิ่นที่ทำนา


  • เดินไม่ไกล

p03-1.jpg

6. ซากปราสาท Shimo-Akasaka

ถัดจาก "จุดชมวิว" ของนาข้าวขั้นบันได คือ ซากของปราสาท Shimo-Akasaka ที่ถูกกำหนดให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี 1934 นายพล Kusunoki Masashige สร้างปราสาท Shimo-Akasaka ไว้เพื่อต้อนรับจักรพรรดิ์ Godaigo แต่เกิดการจลาจลต่อต้านรัฐบาลโชกุนKamakura จักรพรรดิ์ถูกคุมตัว เจ้าชาย Morinaga จึงเสด็จมาที่นี่แทน การต่อสู้กับ Kamakura มีอยู่ในบันทึก "Taiheiki" โดยละเอียด หลังจากถูกข้าศึกล้อมเพื่อตัดเสบียง Masashige เผาปราสาท Shimo-Akasaka แล้วหนีไปที่เขา Kongo ในคืนวันที่ 21 ตุลาคม ต่อมาเขาได้ยึดปราสาทคืนใน เดือนเมษายน ปี 1332 และสร้างปราสาท Kami-Akasaka ไปทางตะวันออก 500 เมตร แต่ถูกข้าศึกล้อมตัดน้ำ ทำให้ต้องยอมแพ้ เขาพากองทัพที่เหลือหนีไปยังปราสาท Chihaya ว่ากันว่ากองทัพ 500 คนของเขา ต้านการปิดล้อมของกองทัพ Kamakura 50,000 คนได้ถึง 140 วัน ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกลยุทธ์ โดยซากของปราสาท Kami-Akasaka ยังคงมีร่องรอยของหอหลัก และหอด้านนอก ส่วนปราสาท


  • นั่งบัส Kongo Bus 20 นาที

p03-1.jpg

7. โรปเวย์ Kongo โดยหมู่บ้าน Chihaya-Akasaka

เดินประมาณ 5 นาที กลับไปที่ป้ายรถหน้าโรงเรียน นั่งรถบัสประมาณ 20 นาท ีแล้วเดินต่ออีก 10 นาที ก็จะถึงสถานีโรปเวย์ Chihaya Sta. ระหว่างทางไปสถานี Kongosan Sta. ที่อยู่สูง 975 เมตร เต็มไปด้วยธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูกาล ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ, สีเขียวในฤดูร้อน, ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และกิ่งไม้ที่เต็มไปด้วยหิมะในหน้าหนาว หากอากาศดี ด้านหลังจะสามารถเห็นทางเดินขึ้นปีนเขา Koya และหอควบคุมของสนามบินนานาชาติคันไซ ที่ด้านซ้าย กระเช้าใช้เวลานั่ง 6 นาที ห้ามพลาดเด็ดขาด!


 ผู้ใหญ่เที่ยวเดียว 700 เยน (เด็ก 350 เยน), ไปกลับ 1,300 เยน (เด็ก 650 เยน)
 0721-74-0128


  • จาก Ropeway 6 นาที เดินใกล้ๆ

p03-1.jpg

8. ภูเขา Kongo "เส้นทาง Shakunage"

6 นาทีจากทางขึ้นโรปเวย์ จะมาถึงปลายทางสถานี Kongosan Sta. ด้านขวามือจะมีทางเข้า Kongosan Sta. "เส้นทาง Shakunage" อยู่ ตามทางจะเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลาย รวมทั้งพืชพันธุ์หายากและต้นไม้ยืนต้นสูงใหญ่ ให้เต็มอิ่มกับการเดินชมป่า ทั้งคนที่แค่ยืนสูดหายใจลึกๆ, คนที่ถ่ายรูป, และคนที่เดินลงมาจากการขึ้นเขาตอนเช้า ต่างก็มีหน้าตายิ้มแย้มอย่างมีความสุข หลังจากเดินตามทางสั้นๆเพียง 15 นาที ก็จะถึง พิพิธภัณฑ์ดวงดาวและธรรมชาติ Chihaya 


  • เดิน 15 นาที

p03-1.jpg

9. พิพิธภัณฑ์ดวงดาวและธรรมชาติ Chihaya

ตั้งอยู่สุดทางของ "เส้นทาง Shakunage" บนภูเขา Kongo พิพิธภัณฑ์นี้ถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับธรรมชาติ (เครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยลม, หลังคาอีโค่จากไม้, และห้องน้ำแบบไบโอ) ทางลาดจากชั้น 1 ไปชั้น 2 เป็นอุโมงเวลาที่จะแนะนำประวัติศาสตร์ของภูเขา Kongo สิ่งจัดแสดงมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่สร้างจากไม้ธรรมชาติ, พื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับ ดาราศาสตร์, ต้นไม้ป่า, นกป่า, แมลง ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สนุกและตื่นเต้นไปด้วยได้ และยังมีกล้องดูดาวขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 400 มม. ให้เพลิดเพลินกับความโรแมนติกของอวกาศอีกด้วย


 0721-74-0056

ไซต์ภายนอก 

  • เดิน 10 นาที

p03-1.jpg

10. จุดชมวิวภูเขา Kongo

เดินไม่ไกลเพียง 10 นาที จากพิพิธภัณฑ์ดวงดาวและธรรมชาติ Chihaya ไปทางยอดเขาจะพบกับจุดชมวิวสูง 3 ชั้น ลองขึ้นไปดู......แล้วจะเห็นทิวทัศน์ที่ยอดเยี่ยม! หากฟ้าเปิดจะสามารถเห็นมรดกโลกของเมือง Yoshino วัด Kinpusenji และเทือกเขา Ominesan ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันจะหายเป็นปลิดทิ้ง หลังรู้สึกสดชื่นกับท้องฟ้าของจุดชมวิว


  • เดิน 10 นาที

p03-1.jpg

11. บ่ออาบน้ำโบราณ Hinoki โรงแรม Konanso

การเดินในหมู่บ้าน Chihaya-Akasaka มาถึงช่วงปลายแล้ว เรามาจบทริปกันที่โรงแรม Konanso ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ดวงดาว และธรรมชาติ Chihaya ด้วยการอาบน้ำล้างเหงื่อไคลในอ่างไม้ Hinoki โบราณ ซึ่งไม้ Hinoki โบราณเหล่านี้คือ ต้นที่อายุกว่า 2,000 ปี ที่อยู่บนภูเขาสูงกว่า 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งโค่นลงมาจากการเคลื่อนตัวของแผ่นดิน หรือแผ่นดินไหว แล้วถูกทิ้งไว้เช่นนั้น 150 - 200 ปี ก่อนจะเอามาทำเป็นอ่างอาบน้ำ น้ำมันที่ถูกขับออกมาจากผิวไม้มีผลช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต, การเผาผลาญ และผ่อนคลายระบบประสาท ว่ากันว่า เมื่อได้แช่น้ำแล้วราวกับ "เดินชมวิวในป่าทั้งๆที่ตัวอยู่ในอ่าง" เลยทีเดียว นอกจากนี้ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นภูเขาอันเขียวขจีอีกด้วย


บ่ออาบน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับ เปิดบริการ 11:00 - 15:00, 500 เยน (หยุดวันอังคาร)
0721-74-0056

ไซต์ภายนอก  


ข้อมูลเพิ่มเติม

ของฝาก ของที่ระลึก : รสชาติอาหารสไตล์ฝีมือแม่ของ Chihaya-Akasaka ที่หลากหลาย จากสถานที่ซื้อของฝากในโรงแรม Konanso
หมายเหตุ :เมื่อมาที่ นาขั้นบันได Shimo-Akasaka กรุณาจอดรถใกล้กับบริเวณสถานีจุดพักรถ และกรุณาอย่าเดินเข้าไปในทุ่งนา