o01-1.jpg


นั่งรถไฟไป "บริเวณ Minamikawachi" ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในตัวเมือง โดยจากตัวเมืองโอซาก้าไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด (สถานี Kintetsu Abenobashi Sta. - สถานี Kishi Sta.) ด้วยรถไฟประมาณ 30 นาที เมือง Minamikawachi นั้นราวกับถูกปกป้องด้วยภูเขา Kongo และ Katsuragi ที่นี่มีทั้ง "หลุมฝังศพโบราณ", "วัด", "บ้านเก่า"... นับเป็นขุมสมบัติของประวัติศาสตร์โอซาก้า โดยบริเวณ "Taishi-cho" ซึ่งเป็นพื้นที่ของเจ้าชาย Shotoku นั้น ตอนนี้เป็นย่าน "Tondabayashi Jinaimachi" ที่ยังคงมีภูมิทัศน์บ้านพ่อค้าจากสมัยเอโดะหลงเหลืออยู่ ที่นั่นสามารถได้ยินลมหายใจของประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน 

เริ่มต้นจากสถานี Kintetsuี Kishi Sta.

  • รถบัสประมาณ 10 นาที

p03-1.jpg

1. วัด Eifukuji

นั่งรถบัส Kongo Bus ประมาณ 10 นาที จากป้ายรถบัสหน้าสถานี Kintetsu Kishi Sta. ลงรถที่ป้าย Taishi-mae จะพบบันไดกว้างอยู่ด้านหน้า แม้จะมองจากด้านล่างของบันได ถ้ามองตรงไปในประตูด้านใต้สีแดง ก็จะพบ Isoshinagasan Eifukuji สุสานอันน่าประทับใจของเจ้าชาย Shotoku นอกจากเจ้าชาย Shotoku แล้ว ยังมีมารดา หรือจักรพรรดินี Anahobe no Hashihito และเจ้าหญิง Kashiwabe no Ooiratsume อยู่ด้วย และเพื่อเป็นการคุ้มครองสุสานของราชวงศ์แห่งนี้ จักรพรรดินี Suiko จึงสร้างวัดนี้ขึ้น ว่ากันว่าจักรพรรดิ์ Shomu เป็นผู้สร้างอุโบสถใหญ่ในปี 724


0721-98-0019
ไซต์ภายนอก  

p03-1.jpg

2. วัด Kondo (สมบัติทางวัฒนธรรมของจังหวัด)

พอผ่านประตูด้านใต้เข้าไปแล้ว ภายในบริเวณกว้างขวางถูกปูพื้นด้วยหินสวยงาม และได้รับการรักษาอย่างดี  ทางด้านซ้ายมือคือ อุโบสถขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Kondo ภายในมีพระพุทธรูป Nyoirinkannon สูง 90 ซม. ขนาบด้วย Fudomyoou และ Aizenmyoou จากป้ายที่ยังคงเหลืออยู่ที่ด้านหลังของกระท่อม มี อธิบายชัดเจนว่าที่นี่ถูกสร้างใหม่ในปี 1732 ทั้งป้ายและที่แห่งนี้ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยเทศบาลโอซาก้า 


 0721-98-0019

p03-1.jpg

3. สุสานเจ้าชาย Shotoku

เมื่อขึ้นบันไดเดินลึกเข้าไป ด้านใน ของประตู Nitenmon คือ อุโบสถ Kami no Mido, Jodo, และ Kyodo ที่ถูกสร้างขึ้น้เพื่อล้อมสุสานไว้ ว่ากันว่าภายในเป็นสุสานของเจ้าชาย Shotoku, พระมารดา และเจ้าหญิง ฝังรวมกันอยู่ อีกทั้งที่อุโบสถ Jodo มีเรื่องเล่าขานว่า เวลาที่พระผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธในอดีตแวะพักเพื่อสวดมนต์ จะสามารถได้ยินเสียงดนตรีจากสุสานตลอด 99 คืน เพราะ Sanzon (พระอมิตาภพุทธะ, กวนอิม, พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์) มารับวิญญาณผู้เสียชีวิต


0721-98-0019

  • เดินประมาณ 3 นาที

p03-1.jpg

4. วัด Saihoin

ที่ที่อยู่ในตรอกตรงข้ามถนนของ วัด Eifukuji ก็คือ วัด Saihoin ว่ากันว่า หลังเจ้าชาย Shotoku เสียชีวิต แม่นมของท่านทั้ง 3 คน ได้โกนผมออกบวช และได้สร้างอุโบสถไว้หน้าสุสาน เพื่อภาวนาให้เจ้าชาย Shotoku จนได้เริ่มเป็นวัดขึ้นมา วัด Saihoin ต้องขึ้นบันไดไปสูงกว่าวัด Eifukuji เมื่อมองทิวทัศน์จากข้างบนแล้ว จะดูราวกับว่าบันไดกำลังปกป้องสุสานอยู่


  • เดินประมาณ 5 นาที จากสถานี Kintetsu Tondabayashi-Nishiguchi Sta.

p03-1.jpg

5. บ้านเก่าตระกูล Sugiyama (สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ)

กลับไปที่สถานี Kishi Sta. แล้วนั่งรถไฟ Kintetsuไปสถานี Tondabayashi-Nishiguchi Sta.  แล้วเดินราว 5 นาที จะพบทางไปบ้านของพ่อค้าในสมัย Edo ที่สามารถต่อไปยังย่าน Jinaimachi ได้ ก่อนอื่นไปกันยังบ้านเก่าของตระกูล Sugiyama ซึ่งเดิมเป็นโรงกลั่นสาเกตั้งแต่ยุค Edo จนถึง Meiji ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดใน Jinaimachi ที่นี่เป็นที่รู้จักว่าเป็นบ้านเกิดของนักกวีที่โด่งดัง Ishikawa Tsuyuko และเปิดให้สาธารณะชนเข้าชม (มีค่าใช้จ่าย) ทั้งภายใน, สวน และอื่นๆ ห้ามพลาดดูรายละเอียดสถาปัตยกรรมภายใน อย่าง Ranma, Tokonoma ขนาดใหญ่, Fusumae และอื่นๆ 


ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 400 เยน, เด็ก ( 6-16 ปี) 200 เยน, หมู่คณะมากกว่า 20 คนขึ้นไปรับส่วนลด 20% 
กรรมการฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรมเมือง Tondabashi 0721-25-1000 (คู่สายหลัก)
ไซต์ภายนอก 

p03-1.jpg

6. ศูนย์บริการเมือง Jinaimachi

ที่นี่มีโคมไฟกระดาษเป็นสัญลักษณ์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านเก่าตระกูล Sugiyama ภายในจัดแสดงอุปกรณ์สำหรับการค้าขาย, ป้ายร้าน, การตกแต่งอาคารแบบญี่ปุ่น และเพราะสามารถหยุดพักที่นี่ได้ฟรี ลองแวะที่นี่กันได้ มีตู้ขายของอัตโนมัติ และห้องน้ำด้วย


กรรมการฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรมเมือง Tondabashi 0721-25-1000 (คู่สายหลัก) 

p03-1.jpg

7. ถนน Jonomon-suji

ในสมัยก่อน Jonomon-suji นี้ เป็นถนนหลักของย่าน Jinaimachi  จึงมีวัด, ร้านค้าซุง, โรงกลั่นเหล้า, ร้านขายน้ำมัน, และอื่นๆ อยู่ในบ้านเก่าขนาดใหญ่เรียงราย บ้านแบบคฤหาสน์ใหญ่ 1 หลังต่อ 1 แปลงนี้ แสดงถึงความรุ่งเรืองในสมัยนั้น ซึ่งโอซาก้าในปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็น แต่ละบ้านมีผนังขาว, รั้วไม้, ตาข่ายไม้, ไม้กั้นหน้าต่าง, ของตกแต่งหลังคารูปหน้าเสือ, ปล่องควันเล็กบนหลังคา, และอื่นๆ ทำให้เพลินกับการเปรียบเทียบสถาปัตยกรรมในสมัยนั้น 


กรรมการฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรมเมือง Tondabashi 0721-25-1000 (คู่สายหลัก) 

p03-1.jpg

8. ถนน Shinobi Gaeshi, Atemage-no-michi

ในสมัยก่อน Jonomon-suji นี้ เป็นถนนหลักของย่าน Jinaimachi จึงมีวัด, ร้านค้าซุง, โรงกลั่นเหล้า, ร้านขายน้ำมัน, และอื่นๆ อยู่ในบ้านเก่าขนาดใหญ่เรียงราย บ้านแบบคฤหาสน์ใหญ่ 1 หลังต่อ 1 แปลงนี้ แสดงถึงความรุ่งเรืองในสมัยนั้น ซึ่งโอซาก้าในปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็น แต่ละบ้านมีผนังขาว, รั้วไม้, ตาข่ายไม้, ไม้กั้นหน้าต่างแบบ Jinaimachi ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยสงคราม Sengoku เพื่อเลี่ยงสงคราม หมู่บ้านจึงคิดหาทางแก้ต่างๆ อย่าง "Shinobi Gaeshi" ที่เป็นไม้หรือไผ่แหลมตั้งบนรั้ว ก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ ยังเลื่อนตัวถนนให้เกยกันครึ่งหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้มองเห็นได้ทั่ว ซึ่งเรียกว่า "Atemage no Michi" เป็นต้น เป็นเทคนิคไหวพริบที่ทำขึ้นเพื่อปกป้องการดำเนินชีวิตนั่นเอง 


กรรมการฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรมเมือง Tondabashi 0721-25-1000 (คู่สายหลัก) 


ข้อมูลเพิ่มเติม

สถานที่ใกล้เคียง:บรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ออนเซ็น Taishi
มุมของอร่อย:ลิ้มรสอาหารอิตาเลี่ยนที่ Centre de village 
ของฝาก ของที่ระลึก:"Jinaimachi Sembei" ขนมเซมเบ้ที่พิมพ์ลายวัดและบ้านเก่า Jinaimachi จากร้านขนมเก่าแก่ Kashiwaya Katsuragido หน้าสถานี Tondabayashi Sta. เป็นของที่ทำให้ระลึกถึงการเดินทาง